ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ เปิดตัว ห้องสมุดออนไลน์เผยปี 65 ตลาดโต 100% แตะ 200 ล้านบาท

ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ เปิดตัว ห้องสมุดออนไลน์เผยปี 65 ตลาดโต 100% แตะ 200 ล้านบาท

ยุคทอง ตลาดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และสื่อดิจิตอล โตพุ่ง 100% หลังปัจจัยหนุนเพียบ ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เรียนออนไลน์ และคนรุ่นใหม่อ่านอีบุ๊กเพิ่ม ล่าสุด ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ สตาร์ทอัพสัญชาติไทยสบช่องเปิดตัว ไฮบรารี่ ระบบห้องสมุดออนไลน์องค์กรที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย รุกตลาดกลุ่มการศึกษา องค์กรภาครัฐ-เอกชน คาดกวาดลูกค้า 120 ราย ก่อนสิ้นปี 64 พร้อมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม ช่วยเรียนออนไลน์และการศึกษายุคใหม่ เผยปี 65 ตลาดองค์กรคึกคักต่อเนื่องมั่นใจโตก้าวกระโดดอีก 100% มูลค่าแตะ 200 ล้านบาท

นายพัฒนา พิลึกฤาเดช ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัดสตาร์ทอัพสัญญาติไทยผู้นำการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และจัดจำหน่ายเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของไทย หนึ่งในกลุ่ม บริษัท บีทูเอส จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึงการเติบโตของตลาดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบุ๊ก (E-Book) และสื่อดิจิตอล ว่า ในปีนี้ (2564) มีการเติบโตสูงถึง100%  มูลค่าตลาดรวมแตะ 2,000 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทฯ และ เมพ คอร์ปอเรชั่น  (MEB) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ร่วมกันเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งมากกว่า 70% และมีอีบุ๊กให้บริการมากที่สุดในตลาดอีกด้วยสำหรับแรงหนุนที่ทำให้ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมาเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์โควิด-19 การเรียนออนไลน์ การ Work from home พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ยอมรับในการอ่านอีบุ๊กเพิ่มขึ้นรวมถึงอุปกรณ์การอ่าน หรือ E-reader มีให้เลือกมากขึ้น จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้บริษัทฯ เห็นถึงศักยภาพและโอกาสของตลาดที่เปิดกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มการศึกษา ซึ่งมีทั้งสถาบันอุดมศึกษากว่า300 แห่ง โรงเรียนขนาดกลางขึ้นไปกว่า 14,000 โรงเรียน ห้องสมุดประชาชนกว่า 700 แห่ง ห้องสมุดขนาดใหญ่ เช่น หอสมุดแห่งชาติ และ อุทยานการเรียนรู้ (TK-Park) ห้องสมุดภายในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรและบริษัทเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีบริการห้องสมุดสำหรับพนักงาน

ดังนั้นทางบริษัทฯ จึงมีการพัฒนา ไฮบรารี่ (Hibrary) ระบบห้องสมุดออนไลน์องค์กร (E-library) ที่สมบูรณ์ที่สุดของไทยขึ้น เพื่อตอบสนองการใช้งานและการให้บริการห้องสมุดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดย ไฮบรารี่ พัฒนาขึ้นจากการศึกษาปัญหาของระบบห้องสมุดออนไลน์ที่มีอยู่ โดยพบว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการ การใช้งาน และงบประมาณ ซึ่งมากกว่า 75% ขององค์กรส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการใช้ทรัพยากรที่ซื้อหรือพัฒนามาอย่างคุ้มค่าและต่อเนื่อง ทั้งที่ใช้งบประมาณเยอะตั้งแต่ 5 แสน - 3 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบห้องสมุดออนไลน์ แต่เหลืองบประมาณในการซื้อหนังสืออีบุ๊กที่เป็นทรัพยากรสำคัญเพียง 10-20% ทำให้อีบุ๊กในระบบน้อยเกินไป ไม่มีอีบุ๊กใหม่เพิ่มเติมในแต่ละเดือน  และไม่เป็นที่น่าสนใจของผู้ใช้งาน หรือบางครั้งหนังสือที่มีอยู่ก็ไม่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานทำให้ยอดการใช้งาน E-library ไม่เติบโต บางองค์กรมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไม่ถึง100 ครั้ง สวนทางกับจำนวนบุคคลกร หรืองบประมาณที่ลงทุนไป

ด้วยเหตุนี้จุดเด่นของ ไฮบรารี่ จึงอยู่ที่การสร้างระบบการบริหารงาน การให้บริการและการใช้งาน ที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยในส่วน

- ลูกค้าองค์กร ไม่ต้องใช้งบในการพัฒนาระบบที่สูง แต่มีระบบบริหารจัดการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพรวมถึงระบบอัปโหลดทรัพยากรขององค์กรเองทั้ง อีบุ๊ก , วีดีโอ หรือ พอดคาสต์ อีกทั้งสามารถเรียกดูข้อมูลสถิติโดยเฉพาะเวลาการอ่าน เพื่อนำมาวิเคราะห์และวัดผลความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากรที่ให้บริการอย่างคุ้มค่า ไม่มีค่าดูแลและค่าบำรุงรักษาระบบ (Maintenance Agreement) รายปี แต่การันตีว่าแอปพลิเคชันรองรับทั้ง OS ใหม่ล่าสุดและมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ซึ่งอัปเดตการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ปรับฟีเจอร์ให้ทันต่อเทรนด์หรือสถานการณ์ปัจจุบันได้ทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยผลิตสื่อ หรือบทความต่างๆ ในการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

- ส่วนผู้ใช้งานหรือผู้อ่าน สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงาม ง่ายและสะดวก มีฟีเจอร์การอ่านไฟล์ทั้งแบบ PDF หรือ E-PUB ที่โดนใจนักอ่านและได้ตามมาตรฐาน โดยเฉพาะไฟล์ EPUB  รองรับการอ่านออกเสียง เพื่อช่วยในการเข้าถึงสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่มีปัญหาด้านการอ่านเช่น ผู้พิการทางสายตา และยังรองรับการใช้งานทั้งระบบ IOS  Android และผ่านเว็บไซต์

- ส่วนของสำนักพิมพ์ มีรูปแบบการขายทั้งแบบรายปีและแบบใช้งานต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมให้ทางสำนักพิมพ์นำ หนังสือใหม่ๆ หรือหนังสือขายดีมาให้บริการแบบห้องสมุดออนไลน์ โดยที่สำนักพิมพ์สามารถตรวจสอบได้ว่า สิทธิ์การใช้งานขององค์กรต่างๆ ว่าใช้งานที่องค์กรไหน หรือมีระยะเวลาการใช้งานเหลือเท่าไรในแต่ละองค์กร เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบจัดการลิขสิทธิ์ (DRM)  ที่ได้มาตรฐานและมีการปรับปรุงสม่ำเสมอ

ปัจจุบัน ไฮบรารี่ มีสำนักพิมพ์และนักเขียนอิสระร่วมให้บริการมากกว่า 70 ราย   ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ทั้ง อีบุ๊ก อีเทคบุ๊ก (E-Textbook) หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์  (E-newspaper) นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-magazine) หนังสือเสียง หรือคอร์สออนไลน์ รวมถึงหนังสือออกใหม่ที่ให้เลือกเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือน  

ในส่วนของลูกค้านั้น ล่าสุดมีองค์กรใช้บริการของ ไฮบรารี่ แล้ว 55 องค์กร เป็นสถาบันการศึกษา 27% ห้องสมุดประชาชน 64% องค์กรรัฐและเอกชน อีก 9 % มีบุคคลากรและประชาชนทั่วไปใช้งานอยู่เดือนละประมาณ 12,000 คน โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีโครงการการพัฒนาระบบห้องสมุดออนไลน์ให้กับ TK-Park โดยคาดว่าในสิ้นปีนี้จะมีองค์กรใช้งาน ไฮบรารี่ เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 120 องค์กร ส่วนการเติบโตนั้น คาดว่าปี 2565 ตลาดกลุ่มองค์กรจะโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นได้อีก 100% เป็นอย่างน้อย

นอกจากนั้น ไฮบรารี่ ยังมีเป้าหมายเชิงสังคมในการมีส่วนร่วมช่วยผลักดันและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยี และการเข้าถึงในทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ซึ่งอาจจับมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจหรือพันธมิตร ในการจัดทำโครงการต่างๆ ที่สามารถช่วยสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาให้แก่เด็กเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ในการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้นทุกที่ทุกเวลา และยังเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้การเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการศึกษาและการเรียนรู้ยุคใหม่ ซึ่งเป็นโลกของข้อมูลอย่างแท้จริง

สำหรับหน่วยงาน องค์กร ผู้ประกอบการบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ที่สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมทดลองใช้งานห้องสมุดออนไลน์ หรือต้องการโอนย้ายอีบุ๊กจากระบบ E-library ที่ใช้อยู่มาใช้กับ ไฮบรารี่สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.hibrary.me หรือติดต่อได้ที่ โทร 02-024-6690

ข่าวเกี่ยวข้อง